คู่มือการดำรงชีวิตในเรือนจำกลางบางขวาง

                        เรือนจำกลางบางขวาง เป็นเรือนจำกลางขนาดใหญ่ ซึ่งได้คุมขังผู้กระทำผิดตามคำพิพากษาของศาล โดยคุมขังผู้ที่ได้รับโทษตามคำพิพากษาจำคุกตั้งแต่กำหนดโทษ 15ปี ขึ้นไปจนถึงโทษประหารชีวิต มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติต่อผู้ต้องโทษจำคุกให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล เรือนจำฯ มิได้คุมขังผู้กระทำผิดเหล่านี้ไว้เฉยๆ แต่ได้ให้การศึกษาอบรม ทั้งทางด้านวิชาสามัญ, วิชาชีพอุดมศึกษา,ธรรมศึกษา และการฝึกวิชาชีพสาขาต่างๆ เพื่อให้มีความรู้และมีวิชาชีพติดตัวสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้โดยสุจริตภายหลังพ้นโทษ และปรับตัวเข้าสู่สังคมภายนอกได้อย่างปกติ

คู่มือสำหรับผู้ต้องขังขึ้นเพื่อจะได้ทราบถึงการดำเนินชีวิตประจำวันผู้ต้องขังและมีความเข้าใจในกฎ,ระเบียบ, ข้อบังคับ ตลอดจนประโยชน์และสิทธิต่างๆที่ผู้ต้องขังพึงได้รับ เพื่อเป็นส่วนช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน

ตารางกำหนดเวลาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวัน วันธรรมดา

เวลา            การปฏิบัติตน

06.00น. ลงจากห้องทำกิจวัตรประจำวัน

07.00น. รับประทานอาหารเช้า

08.00น. เคารพธงชาติ สวดมนต์ ฟังการอบรมจากเจ้าพนักงาน และอนุศาสน์

08.30น. เข้ารับการฝึกวิชาชีพ และศึกษาอบรม และฝึกระเบียบแถวสำหรับผู้ต้องขังใหม่

12.00น. หยุดพักรับประทานอาหารกลางวัน และฟังเทปการศึกษาทางอากาศ หรือดูโทรทัศน์ในหน่วยงาน

13.00น. เข้ารับการฝึกวิชาชีพหรือศึกษาอบรมต่อ

15.00น. เลิกงาน, อาบน้ำ

15.30น. รับประทานอาหารมื้อเย็น

16.00น. เตรียมตัวขึ้นตึกนอนพักผ่อนตามอัธยาศัย

19.00น. สวดมนต์ไหว้พระ, แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย

21.00น. ฟังสัญญาณนกหวีด แล้วพักผ่อนหลับนอนด้วยความสงบ

(สำหรับผู้ต้องขังใหม่จะต้องอบรมจิตภาวนา 1เดือน)

 

ตารางกำหนดเวลาเกี่ยวกับการดำรงชีวิตประจำวัน วันหยุดราชการ

เวลา          การปฏิบัติตน

06.00น. ลงจากห้องทำกิจวัตรประจำวัน

07.00น. รับประทานอาหารเช้า

08.00น. เคารพธงชาติ สวดมนต์ ทำความสะอาดสถานที่ เครื่องแต่งกาย ตลอดจนเครื่องหลับนอน แล้วพักผ่อนโดยเล่นกีฬา ดูโทรทัศน์ หรือการบันเทิง

12.00น. รับประทานอาหารกลางวัน แล้วพักผ่อนโดยเล่นกีฬา ดูโทรทัศน์ หรือการบันเทิง

14.00น. ฟังธรรม หรืออบรมศีลธรรม

15.00น. อาบน้ำ

15.30น. รับประทานอาหารมื้อเย็น

16.00น. เตรียมตัวขึ้นตึกนอนพักผ่อนตามอัธยาศัย

19.00น. สวดมนต์ไหว้พระ, แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย

21.00น. ฟังสัญญาณนกหวีด แล้วพักผ่อนหลับนอนด้วยความสงบ

การร้องทุกข์

การร้องทุกข์ให้กระทำได้ด้วยวาจาหรือยื่นเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงาน หรือทำเป็นหนังสือใส่ตู้รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่ติดประจำแดนไว้ในแดน

นักโทษเด็ดขาดแบ่งเป็นชั้นๆ ดังนี้

1. ชั้นเยี่ยม

2. ชั้นดีมาก

3. ชั้นดี

4. ชั้นกลาง

5. ชั้นเลว

6. ชั้นเลวมาก

หลักเกณฑ์การสอบเลื่อนชั้น

1. ผู้ต้องขังที่คดีเด็ดขาดแล้ว จะถือว่าเป็นนักโทษชั้นกลาง ยกเว้นผู้ต้องขังที่กระทำความผิดซ้ำในคราวนี้อีกภายใน 5ปีหรือผู้ถูกฟ้องตามมาตรา 92, 93และ 97ต้องปรับเป็นชั้นเลว

2. การสอบเลื่อนชั้นจะกระทำปีละ 2ครั้ง หรือ 2งวด คือ งวดที่ 1เดือนมิถุนายน (วันที่ 30มิ.ย.) งวดที่ 2เดือนธันวาคม (วันที่ 31ธ.ค.)

3. ผู้ต้องขังที่คดีเด็ดขาดแล้ว ถ้าศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต การสอบเลื่อนชั้น จะถือหมายเด็ดขาดครบ 1ปี อย่างเดียวเท่านั้น

4. ผู้ต้องขังที่คดีเด็ดขาดแล้ว ถ้าศาลพิพากษาจำคุกมีกำหนดโทษเป็นตัวเลข การสอบเลื่อนชั้นจะถือตามหลักเกณฑ์หมายเด็ดขาด ครบ 3เดือน หรือเด็ดขาดไม่ครบ 3เดือน ก็ต้องมีวันจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6เดือน (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

5. ต้องมีหน่วยงานฝึกวิชาชีพฯและหัวหน้าหน่วยงานจะต้องรับรองผลการฝึกวิชาชีพ และรับรองความประพฤติหรือการศึกษาที่กระทรวงศึกษารับรอง

6. นักโทษที่ถูกลดชั้นไม่ต่ำกว่าชั้นกลางจะเลื่อนชั้นได้ต้องอยู่ในชั้นเดิมมาไม่น้อยกว่า 6เดือนเพิ่มระยะเวลาในการกระทำผิดวินัยอีก 6เดือน เท่ากับ 1ปี

7. ผู้ต้องขังที่เป็นนักโทษเด็ดขาด ชั้นเลว ตามมาตรา 92, 93และ 97จะเลื่อนชั้นได้ต้องเด็ดขาดมาแล้ว 1ปีหรือจำคุกมาแล้ว 1ปี 6เดือน (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

8. ผู้ต้องขังที่เป็นนักโทษเด็ดขาด ชั้นเลว, ชั้นเลวมากจะได้รับการพิจารณาเลื่อนชั้นได้ต้องอยู่ในชั้นเดิม 1ปี เพิ่มระยะเวลาในการกระทำผิดวินัยอีก 6เดือน (1ปี 6เดือน)

การรักษาพยาบาลและบริการทางการแพทย์

ทางสถานพยาบาลได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าประจำตามแดนและรับผิดชอบตลอดจนให้การบำบัดรักษาเบื้องต้นหรือจะสั่งการให้นำตัวผู้ป่วยไปตรวจและบำบัดรักษาที่สถานพยาบาลนอกจากผู้ป่วยบางรายทางสถานพยาบาลของเรือนจำฯ

ไม่สามารถที่จะบำบัดรักษาได้ แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยความเห็นแล้วรายงานให้ส่งตัวผู้ต้องขังป่วยไปรับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลกลางกรมราชทัณฑ์ต่อไป ส่วนบางรายที่ป่วยกะทันหันหรือฉุกเฉินก็จะได้รับการส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลกลางของกรมราชทัณฑ์ได้ทันทีเช่นกัน กำหนดไว้ดังนี้

วันจันทร์ แดน 1, 2และแดน 8

วันพุธ แดน 3, 4และแดน 10

วันศุกร์ แดน 5, 6และแดน 13

สำหรับแดนที่ไม่ได้กำหนดตามวัน ถ้ามีผู้ต้องขังป่วยจะไปวันใดก็ได้และในกรณีฉุกเฉินและปัจจุบันทันด่วนก็สามารถไปได้ตลอดเวลา

สิทธิและประโยชน์ที่ผู้ต้องขังจะได้รับ

1. เงินปันผลจากงานรับจ้าง และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าราชทัณฑ์

2. การพักการลงโทษ โดยผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมจะได้ 1ใน 3ชั้นดีมากจะได้ 1ใน 4และชั้นดีจะได้ 1ใน 5

ของกำหนดโทษที่ระบุไว้ในหมายแดงแจ้งโทษเด็ดขาด ในกรณีที่มีการพระราชทานอภัยโทษให้ถือกำหนดโทษ

ตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดครั้งสุดท้าย

3. ลดวันต้องโทษจำคุก โดยผู้ต้องขังชั้นเยี่ยมจะได้เดือนละ 5วัน ชั้นดีมากเดือนละ 4วัน ชั้นดี เดือนละ 3วัน

 นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงานสาธารณะนอกเรือนจำฯ ยังได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก

เท่ากับจำนวนวันที่ออกไปทำงานอีกด้วย

4. การได้รับพระราชทานอภัยโทษเป็นการส่วนรวม

5. การขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นรายบุคคล

6. การขอแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน โดยการลดโทษเป็นกรณีพิเศษอีก 1ปี

นอกเหนือจากการพระราชทานอภัยโทษตามชั้นที่ได้รับ ตามข้อ 4

7. การศึกษา สายสามัญ, สายวิชาชีพ, มสธ. และธรรมศึกษา

การกระทำซึ่งเป็นความผิดและต้องได้รับโทษทางวินัย

- ทำให้ทรัพย์สินของหลวงหรือของผู้อื่นเสียหาย

- กระทำการให้เกิดเหตุติดขัดในงานของผู้อื่น

- ละทิ้ง, หลีกเลี่ยงหรือเพิกเฉยต่องานอันเป็นหน้าที่

- นำเข้ามาหรือเป็นสิ่งของต้องห้ามไว้ในครอบครอง

- นำสิ่งของซึ่งไม่ใช่ของตนเองออกนอกเรือนจำฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต

- ประพฤติผิดระเบียบหรือข้อบังคับอันมีไว้สำหรับการเยี่ยมเยือน หรือติดต่อบุคคลภายนอก

- เล่นการพนัน

- ดื่มสุรา หรือเสพของมึนเมาอย่างอื่น

- ลักทรัพย์

- ค้าสิ่งของต้องห้าม

- ก่อการวิวาทกับผู้อื่น

- ก่อการวุ่นวาย

- กระด้างกระเดื่องต่อเจ้าพนักงาน

- ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

- พยายามหรือทำร้ายเจ้าพนักงาน

- หลบหนีหรือพยายามหลบหนี

โทษ

เมื่อมีการประพฤติผิดระเบียบ กฎ ข้อบังคับของเรือนจำฯ หรือฝ่าฝืนระเบียบวินัยและได้รับการพิจารณาความผิดอย่างถ่องแท้แล้ว

ผู้ต้องขังอาจถูกลงโทษทางวินัย สถานหนึ่งสถานใด หรือหลายสถานตามความหนักเบาแห่งความผิดดังนี้

1. ภาคทัณฑ์

2. งดการเลื่อนชั้นโดยไม่มีกำหนดเวลา

3. ลดชั้น

4. ตัดการอนุญาตให้ได้รับการเยี่ยมเยือน หรือติดต่อไม่เกิน 3เดือน

5. งดหรือลดประโยชน์ และรางวัลทั้งหมดหรือบางอย่าง

6. ขังเดี่ยวไม่เกิน 3เดือน

7. ขังห้องมืด โดยไม่มีเครื่องหลับนอนไม่เกิน 2วัน ในหนึ่งสัปดาห์ โดยความเห็นชอบของแพทย์

8. ตัดจำนวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกไม่เกิน 60วัน

ความผิดอื่นที่กล่าวมาแล้ว ได้แก่การไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของเรือนจำฯ บางลักษณะความผิดนอกจากจะถูกลงโทษทางวินัยตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2479แล้ว อาจถูกดำเนินคดีอาญาอีกทางหนึ่งด้วย

การรับ-ส่งจดหมายและพัสดุไปรษณียภัณฑ์

เจ้าหน้าที่จะมารับจดหมายและส่งจดหมายพร้อมพัสดุไปรษณียภัณฑ์ เวลา 10.00น. – 11.00น. ของทุกวันราชการ

- การส่งจดหมายออกให้ส่งกับเสมียนแดนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและลงบัญชีพร้อมกับรายชื่อและที่อยู่ของผู้รับ

- เจ้าหน้าที่แดนตรวจแล้วส่งกลับให้กับเจ้าหน้าที่สวัสดิการฯตรวจสอบ แล้วผนึกซองส่งไปรษณีย์

- พัสดุเจ้าหน้าที่รับแล้วลงบัญชีรับ-จ่าย เสร็จแล้วจะเบิกตัวผู้ต้องขังมารับภายในวันเดียวกัน

ส่วนพัสดุที่มีสิ่งของต้องห้าม เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ผู้ต้องขังทราบและส่งคืนไปรษณีย์ทั้งหมด จะแยกส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ เพื่อนำส่งคืนผู้ส่งต่อไป

 

การรับฝากเงิน และธนาณัติ

การรับฝากเงิน เมื่อญาติมาเยี่ยมและฝากเงินไว้ใช้จ่าย โดยมีเจ้าหน้าที่รับฝากเงินเมื่อญาติฝากเงินเจ้าหน้าที่จะออกใบเสร็จ

ให้กับญาติเก็บไว้เป็นหลักฐานในวันรุ่งขึ้นจะแจ้งให้ผู้ต้องขังมารับทราบและลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน

การรับฝากเงินธนาณัติ เมื่อเจ้าหน้าที่รับเงินฝากได้รับธนาณัติ จะเบิกตัวผู้ต้องขังมารับทราบพร้อมทั้งลงลายมือชื่อ

เพื่อมอบฉันทะให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการ

เจ้าหน้าที่จะรวบรวมธนาณัติของผู้ต้องขังทั้งหมด และไปขอรับเงินที่ทำการไปรษณีย์ อาทิตย์ละ 1หรือ 2ครั้ง

เมื่อรับเงินมาแล้วจะนำเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ต้องขังแต่ละแดนและสามารถทำการเบิกจ่ายได้โดยผ่านร้านค้าภายในแดน

 

การซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคร้านค้าสงเคราะห์

การจัดตั้งร้านค้าสงเคราะห์ภายในและภายนอกเรือนจำฯเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

1. สินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดและเป็นการประหยัด

2. เพื่อสะดวกในการตรวจค้นและจะไม่ทำให้ญาติต้องเสียเวลาในการเยี่ยม

3. ลดภาระในการที่ญาติจะต้องนำติดตัวมาและสะดวกในการเดินทางของญาติ

4. รายได้จากการขายสินค้า ส่วนหนึ่งนำไปใช้จ่ายสวัสดิการแก่ผู้ต้องขัง

 

การให้การสงเคราะห์ครอบครัวผู้ต้องขังที่เดือดร้อน

ผู้ต้องขังต้องเขียนคำร้องผ่านหัวหน้างานควบคุมแดน เพื่อส่งถึงฝ่ายสวัสดิการฯ

เพื่อขอรับการสงเคราะห์จากกรมประชาสงเคราะห์ในด้านต่างๆ ดังนี้

- ทุนการศึกษาของบุตร

- เครื่องอุปโภค-บริโภค

- ขาเทียม

ทุนสงเคราะห์จากมูลนิธิพิบูลย์สงเคราะห์ผู้ต้องขัง, ผู้พ้นโทษและครอบครัว

- ทุนประกอบอาชีพ

- เครื่องอุปโภค-บริโภค

- อุปกรณ์การศึกษาของบุตร

- การฝากบุตรให้อยู่ในความอุปการะของกรมประชาสงเคราะห์และอื่นๆ

สำหรับชาวต่างประเทศขอรับการสงเคราะห์ดังนี้

- ขอเงินคืนค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน

- ทรัพย์สินส่วนตัวที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้ประกอบคดีและอื่นๆ